บนใบบัว : ความฝันไม่ได้เปราะบางเสมอไป

“พี่อยากทำแมกกาซีนออนไลน์”
“ขายหรืออ่านฟรีจ้ะ”
“ให้อ่านฟรีๆ เลย”
“พูดจริงหรือพูดเล่น”
“พูดจริง!”
……………………..
แม้จะรู้จักมักคุ้นกันอยู่นานแล้ว แต่ระหว่างถ้อยคำสนทนาข้างบนนั้น จำได้ว่าวินาทีแรก ฉันยังไม่อยากเชื่อว่านั่นจะเป็นเรื่องที่เขาพูดจริงๆ นั่นเพราะความที่คนพูดเป็นคนขี้เล่น ชอบพูดอำฉันอยู่เสมอๆ ตลอดมา ระหว่างเราจึงมีทั้งเรื่องจริงเรื่อง หลอกปะปนกันอยู่เสมอบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ บางทีเขาทำให้ฉันหัวเราะจนแทบตกเก้าอี้ บางครั้ง ฉันก็ทำให้เขาหน้านิ่วคิ้วขมวด แล้วค่อยๆ เฉลยทีหลัง
คนที่ฉันพูดถึงอยู่นี้คือ “เจ้าชายกบ” หรือ “พี่อ๊บ”
ถ้าจำไม่ผิด 8 ปีกว่าแล้วกระมัง ที่ฉันรู้จักกับพี่อ๊บ เราเคยไปเที่ยวด้วยกัน ใกล้ชิดสนิทสนม คบหากัน รักกัน เกลียดกัน ดีกัน ทะเลาะกัน จนรู้จักกันดีมากพอระดับหนึ่ง พี่อ๊บเป็นคนมีวินัยในตัวเองในหลายๆ เรื่อง มีมุมมองที่บางอย่างที่ฉันนึกไม่ถึง เป็นคนที่โรแมนติกได้อย่างไม่น่าเชื่อ และก็เป็นคนอ่อนไหว(มาก)ได้อย่างไม่น่าเชื่อเช่นกัน
สิ่งหนึ่งที่ฉันคุ้นตามากที่สุดก็คือ เขาเป็นคนชอบเขียนบันทึก(diary) ทุกวันไม่เคยขาด
เรื่องราวที่บางครั้ง ฉันเคยคิดว่ามันธรรมดาสามัญ ไม่ว่าจะเรื่องตื่นนอน กิน เที่ยว เดินทาง ซื้อข้าวของ คุยกับเพื่อน พี่อ๊บจะบันทึกเอาไว้หมด ทุกๆ วัน และเก็บสมุดบันทึกทั้งหมดที่เขียนมาตั้งแต่เด็กรวมกันไว้เป็นกล่องโตๆ ซึ่งหากใช้เวลาอ่านทั้งหมด ก็คงจะนานนับหลายเดือน แถมถ้าให้จำได้ทั้งหมด ก็คงจะใช้เวลาเป็นปีทีเดียว
และด้วยความที่เรารู้จักกัน…กลายเป็นฉัน ที่ต้องคิดหนักๆ แทนเขาไปเสียว่า เขาจะทำหนังสือออกมาสักเล่มได้อย่างไร ในเมื่อการทำหนังสือเล่มหนึ่ง ต้องใช้ทั้งเวลา การคิด การเขียน ออกแบบ อัพโหลดเข้าไปในอินเตอร์เน็ต
นั่นยังไม่นับถึงการลงทุนในเรื่องของค่าใช้จ่าย ที่จะต้องลงทุนไปแบบ “ฟรีๆ” โดยคาดหวังไม่ได้ว่าจะมีอะไรตอบกลับมาสำหรับเขาหรือไม่

จำได้ว่า ฉันให้การบ้านเขากลับไปหลายต่อหลายข้อ ไม่ใช่แค่ต้องการให้เขาตอบ แต่ต้องการให้เขาทบทวน “ความฝันของตัวเอง” จำได้ว่าตอนที่เขากลับมาตอบ ฉันอือๆ หือๆ ไปกับไอเดียมากมายที่ยัง “ไม่นิ่ง” ของเขา แต่สิ่งที่ฉันตั้งใจฟังมากที่สุด กลับเป็นการชั่งน้ำหนักความรัก และความอยากทำกับเขา
แล้วฉันก็ค้นพบว่า ไม่เพียงแต่เขาจะตอบได้หมด
แต่ก็ทำให้ฉันต้องกลับถามถึงความฝันของตัวเองด้วยเช่นกัน
……………….
1 พฤษภาคม 2552 หรือไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้
วันเกิดของพี่อ๊บ แกมอบของขวัญให้ตัวเองด้วยการเผยแพร่ “บนใบบัว บุ๊ค” แมกกาซีนออนไลน์เล่มแรก ที่เขียนเองเกือบทั้งหมด
ชีวิตบางช่วงตอน ความรักบางมุมมอง โลกส่วนตัวของครอบครัว เพื่อนพ้อง น้องพี่ ได้ถูกนำมาเรียบเรียงใหม่ เพื่อให้กลายเป็นเรื่องน่าอ่าน แบ่งแยกไปเป็นคอลัมน์ต่างๆ
ภาพถ่ายสวยๆ ที่ฉันพอจะเคยเห็นมาบ้าง กับที่แกเก็บซ่อนไว้ ได้นำมาปรากฎโฉมต่อสาธารณะ จำได้ว่าเย็นวันนั้น ฉันนั่งอ่านต้นฉบับที่ส่งมาให้ด้วยรอยยิ้มกับการเดินทางทริปเล็กๆ ของแก แล้วก็นั่งทำตาโต สำหรับบทวิพากษ์ตรงไปตรงมาสำหรับเรื่องอาหารที่แกกิน หนังที่ดู หนังสือที่อ่าน
มันไม่ใช่บทความสำหรับการชม หรือตั้งหน้าตั้งตาติ ด้วยสำนวนมันส์ๆ หรือต้องการเอาชนะใคร
แต่เป็นเรื่องราวที่บอกเราได้ดี เวลาที่มีคนถามว่า “ทำไมเราถึงต้องเอาความเห็นส่วนตัวและไดอารี่ให้คนอื่นอ่านด้วย”
ฉันว่าคำตอบก็คือ เพราะไดอารี่เหล่านั้นแหละ ที่ทำให้เราได้เห็นมุมมองอันจริงแท้ต่อตัวเขาเองและต่อสิ่งที่เขามอง
เป็นการแลกเปลี่ยนทัศนะกันอย่างตรงไปตรงมา และคนที่จะทำแบบนี้ได้ก็ต้องกล้าพอที่จะไม่เสียใจต่อความเห็นหรือคำวิจารณ์ของผู้อ่านตามมา

ฉันกลับไปนึกถึงหน้าพี่อ๊บอีกครั้ง
คนที่อ่อนไหวขนาดนั้นหรือน่ะ กลับเป็นคนที่เขียนอะไรได้ตรงไปตรงมาที่สุด
ความฝันของเขาไม่ใช่เรื่องเปราะบางอีกแล้ว…เพราะนี่ไม่ใช่แค่ไดอารี่ที่ซุกไว้ในซอกใดซอกหนึ่ง ของ 1 ใน ล้านเวบไซต์ทั่วโลก แต่กำลังเป็นหนังสือออนไลน์ ที่มีทีมช่วยกันทำงาน มีการเปิดให้ดาวน์โหลดไปอ่านได้ฟรีๆ ที่บ้าน มีระบบสมาชิกของเวบไซต์ที่ส่งถึงผู้อ่านโดยตรง
ฉันถามแกในวันถัดมาว่า
“เล่มแรกออกมาแล้ว รู้สึกยังไงบ้าง”
แกตอบมาด้วยรอยยิ้มและท่าทางดีใจว่า
“ดีใจนะ พี่เหนื่อยพอควรเลยล่ะ แล้วไม่รู้ว่าจะทำต้นฉบับได้ทันไหม”
นั่นคือเป็นตอนที่เราคุยกันว่า พี่อ๊บจะออกหนังสือเดือนละ 1 เล่ม
ผ่านไปไม่กี่วัน ความฝันเป็นแรงผลักให้แกตกลงกับตัวเองว่า
“พี่จะออกเดือนละ 2 เล่ม”
“ไหวเหรอ”
“ไหว”
ฉันหัวเราะเบาๆ แล้วใช้เวลาค่ำนั้น คุยกับแกถึงความฝันอื่นๆ
ยังมีเรื่องมากมาย ตลอดเวลาที่ผ่านมาที่เราปรึกษาหารือกัน ไม่ว่าจะเรื่องทำเกสเฮาส์เล็กๆ ริมภูเขา
เรื่องการทำโปสการ์ดจากภาพถ่ายสวยๆ ที่แกใช้เวลาตลอดชีวิตเดินทางไปเก็บมา
เรื่องการทำบ้านดิน การหลุดจากพันธนาการของงานประจำ ที่แกทำได้แล้ว
และใช้เวลาที่เหลือไล่เก็บฝันของตัวเองไปทีละนิดๆ
“พี่จะเสียใจไหม ถ้าวันหนึ่งไม่มีคนอ่าน เวบไซต์ก็เลี้ยงตัวเองไม่ได้…
แล้วก็ไม่ได้อะไรกลับมาเลย…”
ฉันถามเล่นๆ พี่แกตอบมาด้วยรอยยิ้มเหมือนเคยว่า
“ใครบอกไม่ได้อะไรเลย อย่างน้อยก็ได้ทำสิ่งที่เราฝันไว้ยังไงล่ะ”
ฉันรู้…ฝันเหล่านี้ เป็นฝันเล็กๆ หากเทียบกับฝันใหญ่ๆ ของใครหลายๆ คน
ที่มีแผนการมากมายในหน้ากระดาษ มีการคิดอันซับซ้อน มีการมองระยะไกล
ในขณะที่ฝันของพี่อ๊บ ได้อธิบายตัวตนผ่านชื่อที่ตั้งเอาไว้ว่า “บนใบบัว”
มาจากการก้าวออกจาก “โลกใต้กะลา” ที่กบตัวหนึ่งเคยวางชีวิตเอาไว้ในนั้นอย่างเงียบๆ เรียบๆ ง่ายๆ
ฉีกข้อจำกัดตัวเองออกหลายๆ ประการ ให้ก้าวจากขอบเขตกะลาที่เคยขีดไว้ให้ตัวเองในอดีต

วันนี้ หนังสือเล่มนี้ออกมา เป็นฉบับที่ 4 แล้ว
มีมิตรสหายหลายคนแวะมาอ่าน มาขีดและเขียน มาร่วมฝัน และมีหลายแรงช่วยกัน
จนแทบจะเรียกได้ว่า บนผืนหน้ากระดาษอิเล็กทรอนิกส์นี้ มันไม่ได้สร้างขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์กราฟฟิคเท่านั้น
แต่ถักทอเอาความตั้งใจไว้ทุกบรรทัด ไม่ว่าเรื่องราวจะดีหรือไม่ดีอย่างไรบ้าง ฉันก็ยังเห็นว่า มันน่ารักอยู่ดี
ที่สำคัญที่สุด มันทำให้ฉันกลับมารือ้ฟื้นเวบไซต์ที่ทิ้งร้างของตัวเองอีกครั้ง เพื่อเขียนถึงเรื่องนี้
และแอบสัญญากับตัวเองว่า โอเค ฉันจะกลับมาเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟังอีกครั้ง
หวังว่าฉันจะทำไดสักครึ่งหนึ่งของพี่อ๊บ
ก็ยังดีนะ ว่าไหม : )
….
แวะอ่านหนังสือใบบัวบุ๊คได้ฟรีที่นี่ค่ะ
http://www.bonbaibua.com/
มิถุนายน 16th, 2009 at 5:37 pm
เมนต์ไม่ได้อยู่ตั้งนาน ตอนนี้น่าจาได้แล้วเนอะ
มิถุนายน 16th, 2009 at 5:38 pm
ได้แล้วววววววววววววว
กรี๊ดดดดดดดดดดดดด
วี๊ดวิ้ววววววววววว
อิอิ
มิถุนายน 17th, 2009 at 10:36 am
แหง่ะ…
พี่เป็นคนจริงจังนะ ; )
มิถุนายน 17th, 2009 at 1:46 pm
ติดตามอ่าน “บนใบบัวบุ๊ค” มาตั้งแต่ฉบับแรก … ชอบทุกคอลัมภ์เลยค่ะ และสัญญาว่าจะตามอ่านตลอดไป
น้ำ
มิถุนายน 17th, 2009 at 2:19 pm
พยายามเม้น
ตอนนี้เม้นได้ แต่ลืมไปแล้วว่าจะเขียนอะไรค่ะ แหะๆๆๆ